“มูรินโญ่”หรือแมนฯยูที่วิกฤติ?

 

การแพ้คาบ้านของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ต่อ ท็อตแน่ม ฮอทสเปอร์ ถึง 3-0 สกอร์มันอาจจะดูน่าเหลือเชื่อแต่มันกลับกลายเป็นว่าในเกมนี้ “ปีศาจแดง” พยายามเปิดเกมรุกแต่สุดท้ายก็มาเสียจากจังหวะแบบไม่น่าเสีย

ช่วงต้นเกมพลพรรคอสูรแดงเล่นแบบเอาใจแฟนในโรงละครแห่งความฝันด้วยการเดินหน้าและบุกแหลก แต่จนแล้วจนรอดพวกเขากลับกลายเป็นว่าไม่สามารถทำอะไร “ไก่เดือยทอง” ได้ซะอย่างนั้น จังหวะหลุดไปยิงเดี่ยวๆของ โรเมลู ลูกากู ยังคงเป็นอะไรที่ติดตาตรึงใจมากๆกับจังหวะที่ไม่น่าพลาดเสียงเชียร์โห่ร้องกึกก้องใน โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด แบบสนั่นเพราะการได้เห็นทีมรักของพวกเขาเล่นสไตล์ดุดันอีกครั้ง

แผนการเล่น 3-5-2 หรือ 5-3-2 ของ โชเซ่ มูรินโญ่ ขับเคลื่อนทีมไปได้ในทิศทางที่น่าสนใจ อีกทั้งการให้ อันเดร์ เอร์เรร่า มายืนเป็นปราการหลังทางด้านขวาก็ทำผลงานได้แบบไม่ขัดเขิน  โอกาสยิงมากมายแต่สุดท้ายเปลี่ยนแปลงเป็นประตูไม่ได้ทำให้ครึ่งเวลาหลัง เมาริซิโอ โปเช็ตติโน่ เหมือนจะเน้นย้ำลูกทีมมากขึ้น เอาง่ายๆเกมนี้อะไร อะไร ก็ดูไม่เข้าทาง ยูไนเต็ด เลยแม้แต่น้อยครับ

เปิดหัวมาครึ่งเวลาหลังยอดทีมจากกรุงลอนดอนได้ประตูจากลูกเตะมุมและมันเป็นความผิดพลาดของ ฟิล โจนส์ ที่ไม่สามารถประกบ แฮร์รี่ เคน เอาไว้  ลูกที่สองกลับกลายเป็นว่าคนที่ทำหน้าที่ของตัวเองได้ดีในครึ่งแรกอย่าง เอร์เรร่า โชว์ความผิดพลาดด้วยการไม่ขึ้นไปเช็คล้ำหน้าตามเพื่อนทำให้ คริสเตียน อิริคเซ่น หลุดเข้าไปถวายพานให้ ลูคัส มูร่า ซักเน้นๆตุงตาข่าย

ทีมงานSBOBET เชื่อว่าความผิดพลาดของทั้งสองคนแบบเห็นได้ชัดอย่างนั้น มูรินโญ่ ไม่มีทางเลือก เขาตัดสินใจถอดทั้ง เอร์เรร่า และ โจนส์ (น่าจะเจ็บ) ออกพร้อมกับไปเล่นระบบ 4-4-1-1 (หรือ 4-3-3) อีกครั้งหลังจากโดนนำ 2-0 มันกลายเป็นว่าเมื่อกลับไปเล่นระบบเดิม “ปีศาจแดง” ก็กลายเป็นปีศาจตัวเดิมที่เกมรุกตื้อๆตันๆไม่สามารถกดดันอะไรได้ซะอย่างนั้น สุดท้ายก็อะไรเดิมๆกับ มารูยาน เฟลไลนี่ ที่ได้ลงสนามมาและวางบอลโด่งข้ามกันไป

วิคเตอร์ ลินเดอเลิฟ ที่ลงสนามมาแทน โจนส์ นั้นก็ไม่ได้ดีเด่นอะไรเลยในความคิดของผม แถมมีจังหวะเหวอหลายต่อหลายครั้งจนทีมเกือบเสียประตูถึง 2 ครั้ง 2 ครากับการที่เขาคืนหลังสั้นไปและประกบตัว เคน พลาด

ท็อตแน่ม มาดี เล่นไม่ลนไม่ล่กเมื่อเจอกับสไตล์ที่แตกต่างออกไปจาก มูรินโญ่ และเขาก็ใช้ทั้งวินัยในเกม ความเข้าใจในแทคติกของ โปเช็ตติโน่ และสิ่งที่ขาดไม่ได้ในโลกฟุตบอลก็คือโชคเล็กๆน้อยๆในเกมนี้ ผลเสมอ 0-0 กลายเป็นผลที่ โปเช็ตติโน่ ต้องการและพอกลับมาในครึ่งเวลาหลังทุกอย่างมันพลิกกันไปหมด

ความเด็ดขาดของ เคน มีมากกว่า ลูกากู ในเกมนี้ การสร้างสรรค์เกมของ อิริคเซ่น โดดเด่นกว่า พอล ป็อกบา หรือจังหวะโฉบจบสกอร์ ลูคัส มูร่า ทำได้จี๊ดกว่า เจสซี่ ลินการ์ด หากในเกมก่อนๆเราโทษกันในเรื่องของแทคติกที่ มูรินโญ่ ใช้มาในเกมนี้ผมคิดว่าสิ่งที่ผิดพลาดนั้นไม่ใช่การวางหมากของกุนซือชาวโปรตุกีซ แต่มันคือตัวนักเตะเองที่ไม่สามารถทำได้ดีเพียงพอทั้งที่เล่นต่อหน้าแฟนๆ

พอมาถึงจุดนี้ก็น่าคิดนะครับว่า เออ ควรจะแก้ยังไงดีในเมื่อ มูรินโญ่ ก็ลองมาเล่นเกมรุกแล้ว และหลังจากจบเกมการแข่งขันเจ้าตัวก็ให้สัมภาษณ์ถึงความพยายามเล่นสไตล์เปิดเกมบุกนี้

“เราทำงานกันมาตลอดทั้งสัปดาห์และในแง่ของแทคติกผมคิดว่าเราไม่แพ้ แต่ในเกมเรากลับเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ เราทำงานได้ดีมาตลอดทั้งสัปดาห์ เราเตรียมตัวกันมาอย่างดี เราทำได้ดีในการฝึกซ้อม นักเตะของเรามีทัศนคติที่ดีเยี่ยม ก่อนหมดครึ่งเวลาแรกสกอร์มันควรเป็น 2-0 หรือ 2-1 ไม่ก็ 3-0 ด้วยซ้ำไป”

“หลังจากนั้นบางอย่างก็เปลี่ยนไปเล็กน้อยและ ท็อตแน่ม ก็นำ 2-0 ตอนนั้นทุกๆคนยังคงรู้สึกว่าประตูเดียวจะสามารถเปลี่ยนทิศทางของเกมได้ แต่สุดท้ายประตูที่สามของพวกเขาก็ฆ่าเราทันที” 

ทีนี้ ทีมงานSBOBET  มองไปถึงตำแหน่งต่างๆที่ มูรินโญ่ ให้สัมภาษณ์มาตลอดว่าเขาต้องการเสริมทีมแต่สุดท้ายก็ไม่ได้บ้างเซ็นเตอร์ฮาล์ฟ แน่นอนว่าปัญหานัดนี้กับนัดก่อนมันชัดเจนแบบสุดจากความผิดพลาดของ โจนส์ และ เอริค ไบยี่ (เกมกับ ไบรท์ตัน) หรือแม้แต่ คริส สมอลลิ่ง แม้เก๋าประสบการณ์ก็จริงแต่ดูทรงพึ่งพาไม่ได้เลย ไหนจะ วิคเตอร์ ลินเดอเลิฟ ที่เล่นยังไงก็ไม่เข้ากับสไตล์พรีเมียร์ลีกแม้แต่นิดเดียว

ปีกขวา-ตัวรุก ตามข่าว มูรินโญ่ อยากได้ อีวาน เปริซิช ตั้งแต่ปีก่อน มาปีนี้ก็ไม่ได้อีกแล้วเป็นยังไงกับ อเล็กซิส ซานเชซ หรือ เจสซี่ ลินการ์ด จะไปโทษ โรเมลู ลูกากู คนเดียวได้อย่างนั้นเหรอ ? เออจริงๆก็โทษได้แหละ แต่คนอื่นที่มีมันก็ดีไม่เท่า และ อ็องโตนีย์ มาร์กซิยัล ผมอยากเห็นเขาได้รับโอกาสนะ แต่ดูเหมือนว่าใจของแข้งชาวเฟร้นซ์รายนี้ไม่ได้อยู่ในโรงละครแห่งความฝันอีกต่อไปแล้ว

มันกลับกลายเป็นว่าผมมีคำถามขึ้นมาในหัวมากมายเกี่ยวกับสถานการณ์ในตลาดซื้อขายครั้งนี้ของ “ปีศาจแดง” ว่าจริงๆแล้วมันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ การได้ตัว เฟร็ด ที่สามารถพร้อมใช้งานได้แค่คนเดียวนั้นเพราะอะไร คงเป็นคำถามที่ไม่มีคำตอบในเร็วๆนี้หรอกครับ หากว่าเราจะได้รับคำตอบกันจริงๆก็คงต้องให้ มูรินโญ่ เดินออกจาก แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ซะก่อนซึ่งผมก็เชื่อว่าด้วยฝีปากของเจ้าตัวน่ะ พร้อมที่จะพูดออกมาอยู่แล้วหากว่า

เขาไม่มีตำแหน่งเป็นผู้จัดการทีม “ปีศาจแดง” อยู่

แมนฯยูแชมป์จ่ายค่าจ้างนักเตะแพงสุดในโลก

          “ปีศาจแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ทีมดังแห่งศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ กลายเป็นสโมสรที่จ่ายค่าเหนื่อยนักเตะสูงที่สุดในโลกเวลานี้ หลังต้องจ่ายเฉลี่ยถึง 5.77 ล้านปอนด์ต่อปี หรือตกเฉลี่ยนสัปดาห์ละ 110,000 ปอนด์เลยทีเดียว

          โดย ทีมงานSBOBET ได้นำผลสำรวจของ The global sports salary survey(GSSS) ได้นำผลสำรวจ ที่มาจาก นักกีฬากว่า 10,000 คน จาก 333 ทีม ใน 7 ชนิดกีฬา กว่า 17 ลีกทั่วโลก ซึ่งหากนับเฉพาะสโมสรฟุตบอล ทีมที่จ่ายค่าเหนื่อยเฉลี่ยสูงที่สุดในโลกนั้นเป็น แมนฯยูไนเต็ด ที่ต้องจ่ายถึง 5.77 ล้านปอนด์ หรือราว 110,000 ปอนด์ต่อสัปดาห์ มากกว่า บาร์เซโลน่า ทีมอันดับ 2 ที่จ่าย 5.65 ล้านปอนด์ หรือราว 108,000 ต่อสัปดาห์ ตามมาด้วย แมนฯซิตี้ เป็นอันดับ 3 ที่จ่าย 5.42 ล้านปอนด์ หรือราว 104,000 ต่อสัปดาห์ และ เรอัล มาดริด ในอันดับ 4 ที่ 5.05 ล้านปอนด์ หรือราว 97,000 ล้านปอนด์ ต่อสัปดาห์

           ซึ่งทีมงานSBOBET  ดูแล้วหากนับจาก 20 สโมสรแรก นั้นมีสโมสรที่มาจาก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ถึง 11 สโมสร ตามมาด้วย ลา ลีกา สเปน กับ กัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี อีกชาติละ 3 สโมสร ส่วน บุนเดสลีกา เยอรมนี นั้นมี 2 สโมสร และลีก เอิง ฝรั่งเศส อีก 1 สโมสร

สรุป 20 สโมสรฟุตบอลที่จ่ายค่าเหนื่อยผู้เล่นเฉลี่ยต่อคนแพงที่สุดในโลก

  1. แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด   5.77 ล้านปอนด์   (110,000 ปอนด์ต่อสัปดาห์)
  2. บาร์เซโลน่า        5.65 ล้านปอนด์   (108,000 ปอนด์ต่อสัปดาห์)
  3. แมนเชสเตอร์ ซิตี้       5.42 ล้านปอนด์    (104,000 ปอนด์ต่อสัปดาห์)
  4. เรอัล มาดริด   5.05 ล้านปอนด์      (97,000 ปอนด์ต่อสัปดาห์)
  5. เชลซี   4.51   ล้านปอนด์     (86,000 ปอนด์ต่อสัปดาห์)
  6. ปารีส แซงต์แชร์กแมง  4.47 ล้านปอนด      (86,000 ปอนด์ต่อสัปดาห์)
  7. บาเยิร์น มิวนิค     4.16  ล้านปอนด์     (80,000 ปอนด์ต่อสัปดาห์)
  8. ยูเวนตุส         3.97 ล้านปอนด์       (76,000 ปอนด์ต่อสัปดาห์)
  9. อาร์เซน่อล     3.70  ล้านปอนด์      (71,000 ปอนด์ต่อสัปดาห์)
  10. ลิเวอร์พูล   3.01 ล้านปอนด์       (57,000 ปอนด์ต่อสัปดาห์)
  11. โรม่า    2.95  ล้านปอนด์ (56,0000 ปอนด์ต่อสัปดาห์)
  12. สเปอร์ส   2.68 ล้านปอนด์          (51,0000 ปอนด์ต่อสัปดาห์)
  13. แอตเลติโก มาดริด     2.58 ล้านปอนด์         (49,000 ปอนด์ต่อสัปดาห์)
  14.   อินเตอร์ มิลาน 2.47 ล้านปอนด์             (47,000 ปอนด์ต่อสัปดาห์)
  15. เวสต์แฮม 2.26 ล้านปอนด์           (43,000 ปอนด์ต่อสัปดาห์)
  16. เอฟเวอร์ตัน 2.14 ล้านปอนด์          (41,000 ปอนด์ต่อสัปดาห์)
  17. เลสเตอร์ ซิตี้ 2.10 ล้านปอนด์           (40,000 ปอนด์ต่อสัปดาห์)
  18. เซาธ์แฮมป์ตัน 2.07  ล้านปอนด์          (39,000 ปอนด์ต่อสัปดาห์)
  19. โบรุสเซียร์ ดอร์ทมุนด์   2.00 ล้านปอนด์          (38,000 ปอนด์ต่อสัปดาห์)
  20. คริสตัล พาเลซ 1.96 ล้านปอนด์           (37,000 ปอนด์ต่อสัปดาห์)

          สำหรับทีมงานSBOBET  ได้เช็กดูก็ทราบว่า สโมสร แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่ได้เปิดเผยผลประกอบการเมื่อต้นปีที่ผ่านมา ปรากฏว่าพวกเขายังคงอยู่บนเส้นทางที่จะกลายเป็นสโมสรอังกฤษเจ้าแรก ที่มีรายได้มากกว่าครึ่งพันล้าน หรือสูงเกิน 500 ล้านปอนด์ ในหนึ่งปี

         โดยประเด็นสำคัญจากผลประกอบการล่าสุด ของ แมนฯ ยูไนเต็ด รายได้เชิงพาณิชย์ อยู่ที่ 66.1 ล้านปอนด์ – เพิ่มขึ้น 42.5% สำหรับไตรมาสนี้ ,รายได้ลิขสิทธิ์จากการถ่ายทอดสด 37.3 ล้านปอนด์ – เพิ่มขึ้น 31.3% สำหรับไตรมาสนี้,รายได้ตั๋วเข้าชมเกม 30.4 ล้านปอนด์ – ลดลง 1.6%รายได้รวมอยู่ที่ 133.8 ล้านปอนด์ – เพิ่มขึ้น 26.6% สำหรับไตรมาสนี้ ,หนี้ลดลงเหลือ 322.1 ล้านปอนด์ หรือลดลง 6% – จาก 343.4 ล้านปอนด์ ในช่วงไตรมาสสุดท้าย (โดยในปี 2009 แมนฯ ยูไนเต็ด เคยมีหนี้สูงถึง 716.5 ล้านปอนด์)

          ขณะเดียวกัน ทีมงานSBOBET  ลองนับไปเป็นลีก ปรากฏว่า พรีเมียร์ลีก อังกฤษ นั้นทะยายขึ้นเบอร์ 1 ทิ้งห่างอันดับลีกอื่นแบบไม่เห็นฝุ่น โดย พรีเมียร์ลีก จ่ายสูงถึง 2,438,275 ล้านปอนด์ ต่อปี ตามด้วย ลาลีกา สเปน จ่าย 1,239,295 ล้านปอนด์ต่อปี อันดับ3 กัลโช่ เซเรียอา อิตาลี 1,105,633 ล้านปอนด์ต่อปี และ บุนเดสลีกา เยอรมนี 1,039,856 ล้านปอนด์ต่อไป

       แต่ที่ฮือฮาไม่น้อยคือใน 10 อันดับแรก นั้นมีชาติจาก เอเชีย ติดมาด้วยถึง 2 ประเทศ คือ ซูเปอร์ลีก ของจีน ที่ติดมาในอันดับ 7 ที่จ่ายค่าเหนื่อย 586,558 ต่อปี และ เจลีก ของญี่ปุ่น ที่จ่ายค่าเหนื่อย 160,515 ต่อปี

        พร้อมกันนี้หากนับทุกชนิดกีฬา คลีฟแลนด์ คาวาเลียร์ส ยอดทีมดังเจ้าของทีมแชมป์บาสเก็ตบอล เอ็นบีเอ ปีล่าสุด นั้นจ่ายค่าเหนื่อยสูงสุดเฉลี่ย 6.54 ล้านปอนด์ต่อปี หรือราว 125,000 ปอนด์ต่อสัปดาห์ ส่วน แมนฯยูไนเต็ด ที่เป้นอันดับ 1 ในฟุตบอลนั้นขึ้นจากอันดับ 6 มาอยู่ที่อันดับ 4 ในปีนี้

เกาะติดวงการลูกหนังกับอนาคตพี่รูนีย์ ฝันให้ไกลไปให้ถึง

             สวัสดีครับเพื่อนๆ ที่อยู่ใน sbobet แห่งนี้ สถานีฟุตบอลออนไลน์ ศูนย์รวมความบันเทิงที่ไม่โกง ไม่เกรียน เชิญเหล่าเซียนมาร่วมสนุกกันได้ที่นี่ตลอด 24 ชั่วโมง ครบทั้ง 7 วัน ครบทั้ง 1 เดือน ครอบกันทุกๆ วันตลอดทั้งชาติกันไปเลย เรียกว่าร่วมสนุกกับการเล่นทายผลฟุตบอลแบบออนไลน์ หรือว่าทายผลกีฬาอื่นๆ ที่มีมากมายทั่วโลกได้แบบออนไลน์อย่างนี้กันให้มันส์สะใจกกันไปเลยครับ ก็มาพบกันอีกแล้วกับการอัพเดทข่าวสารในวงการกีฬาแบบมันส์ๆ แบบนี้เช่นเคยนะครับ เรื่องราวที่จะนำมาพูดคุยกันในตอนนี้ เป็นอีกหนึ่งความฝันของยอดนักเตะคนหนึ่ง ที่ตอนนี้หลังจากที่พี่เขาเก็บเงินกับการค้าแข้งมานานแล้ว เก็บเงินจากการเป็นพรีเซนเตอร์มาก็เยอะแล้ว เก็บเงินจากการพักผ่อนนอนหลับก็ได้เงินจากการเล่นฟุตบอลมาก็นานแล้ว อนาคตก็คงจะเล่นบอลต่อไปจนตายก็คงไม่ได้ เพราะอาชีพนักเตะก็คงได้แค่อายุหนึ่งที่พอจะไหวเท่านั้น อย่างที่รู้ๆ กันดีว่า นักเตะทั่วไปพอก้าวมาสู่หลัก 4 ก็อาจจะต้องแขวนสตั๊สกันแล้วเนี่ยนะครับ แล้วนักเตะเมื่อแขวนสตั๊สแล้วเขาจะไปทำอะไรกัน บ้างก็ไปขายบะหมี่หรืออย่างไร บ้างก็ไปขายส้มตำไก่ย่างหรืออย่างไร มันก็คงแล้วแต่ความฝันของแต่ละนักเตะที่อยากจะทำนะครับ แต่ในการอัพเดทประเด็นร้อนในตอนนี้ จะพาไปติดตามความฝันของท่านพี่คนนี้ครับ เวย์น รูนีย์ นั้นเอง พอเขาคิดที่จะมีการวางแผนที่จะแขวนสตั๊สในอีกไม่กี่ปีข้างหน้านี้ แล้วความฝันของพี่เขาจะไปเป็นอะไร มาติดตามกันครับ

Wayne-Rooney-Euro-2016

             อัพเดทข่าวร้อนล่าสุดกับเรื่องราวความเป็นไปเป็นมาของขอบสนามวงการลูกหนังก็พบว่า ท่านพี่ยอดนักเตะ เวย์น รูนีย์ นักเตะทีมชาติอังกฤษ กองหน้าของทีมปีศาจแดง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด คนนี้ ณ ขณะนี้กำลังมีความฝันที่ว่า อยากจะก้าวขึ้นไปเล่นโค๊ชอย่างเต็มตัว เพราะในอนาคตอันใกล้นี้ ท่านพี่รูนีย์ของเราก็คงจะทนล่าตาข่ายกันไปไม่ไหวแล้ว เนื่องจากอายุอานาม มันก็ร่วงโรยไปตามธรรมชาติของมนุษย์เรา ซึ่งเจาตัวเองก็ยอมรับนะครับว่า ในช่วงนี้เองถ้ามีเวลาว่างเมื่อไหร่ เขาก็จะไปเรียนหลักสูตรผู้ควบคุมทีมฟุตบอลอย่างเต้มรูปแบบ เพื่อในอนาคตอันใกล้นี้ตัวเขาเองจะได้รับใบอนุญาติโค๊ชแล้ว จะได้มีเวลาที่จะไปสานต่อความฝันนี้ทันที หลังจากที่ท่านพี่รูนีย์นั้นแขวนสตั๊สปุบ จะไปเป็นโค๊ชได้ปับ แบบไม่ต้องเสียเวลานั่งใช้ตังค์ที่เก็บมาได้ตลอดหลายสิบปีตลอดการค้าแข้งเลย อันนี้แอดมินเพิ่มเดิมเอาเองนะครับ มันก็จริงไหมล่ะครับ แหมได้เงินมาตั้งเยอะ ไม่คิดที่จะพักใช้เงินหลังแขวนสตั๊สเลยหรืออย่างไร แต่ก็มีเรื่องให้น่าติดตามกันต่อครับ

Screen-Shot-2016-02-18-at-13.29.07

             สำหรับท่านพี่รูนีย์คนนี้ ซึ่งท้ายที่สุดแล้ว เจ้าตัวเองก็ให้สัมภาษณ์กับสื่อเมืองผู้ดีเอาไว้แบบนี้ครับว่า ในสักวันหนึ่ง แต่อาจจะไม่ใช่อนาคตอันใกล้นี้แน่นอน แต่ความฝันที่อยากจะทำและอยากจะสานต่อในอาชีพที่ผมรักและทุ่มเทกับมันมาทั้งชีวิตอย่างกีฬาฟุตบอลและอาชีพนักเตะนี้ ผมเองก็คงอยากจะเป็นผัจัดการทีมหรือว่าโค๊ชที่มีฝีมือและจะพาทีมที่ผมเองนั้นควบคุมอยู่ ให้ประสบผลสำเร็จจนได้รับรางวัลแชมป์มากมาย อันนี้เป็นภาพที่ผมคิดเอาไว้ในหัวและเป็นความฝันของผมและอีกอย่างที่ต้องทำให้ได้ในอนาคตครับ เพราะตอนนี้เองผมก้อยู่ระหว่างการฝึกอบรมโค๊ชอยู่ ก็หวังว่าพอจะเลิกเล่นแล้ว เมื่อถึงเวลานั้น ผมก็คงจะอบรมและเรียนหลักสูตรโค๊ชได้เสร็จพอดี แล้วก็ไม่แน่อาจจะได้ความเมตตาจากเจ้าของสโมสรให้ผมนั้นได้ควบคุมทีมต่อไป แล้วก็จะประสบความสำเร็จอย่างแน่นอนครับ นอกจากนั้นสื่อเมืองผู้ดีก็ยังสัมภาษณ์พี่เวย์น รูนีย์ อีกว่า คุณคิดว่านักเตะคนไหนที่วิ่งได้เร็วที่สุด แล้วก็วิ่งได้ช้าที่สุด ในความคิดของคุณเอง พี่รูนีย์ก็ตอบมาว่า นักเตะที่วิ่งไวก็คงจะเป็นวาเลนเซียร์ ก็เร็วเหมือนกันนะ แล้วก็มีอีกหลายๆ คนที่วิ่งเร็วอยู่ แต่คิดว่าคนที่วิ่งช้าที่สุดก็น่าจะเป็น ดาเวยมพ์ ปริ้มพ์ นะ แล้วก็แอบตลกๆ ฮาๆ นิดหน่อย ก่อนจะจบการสัมภาษณ์ไป

             ก็อย่างที่บอกเอาไว้นะครับว่า มันเป็ฯอะไรที่ต้องมีการพัฒนากันต่อๆ ไป สำหรับนักเตะระดับโลกอย่าง รูนีย์ แล้วเขาก็วางแผนชีวิตในเส้นทางสายลูกหนังของตัวเองเอาไว้ได้ค่อนข้งดีและเป็นช่วงจังหวะที่เหมาะสม ซึ่งก็ต้องมองย้อนกลับมาที่นักเตะในบ้านเรากันบ้าง ก็จะมีอยู่หลายๆ นักเตะที่หลังจากแขวนรองเท้าฟุตบอลกันแล้ว ก็ไม่รู้จะไปทำอะไรกัน แล้วก็ไปทำอาชีพอื่นๆ ที่ตัวเองไม่ได้ถนัด แล้วก็ปล่อยให้ความรู้ ความสามารถในการเล่นฟุตบอลนั้นห่างหายไป ก็ต้องบอกว่ายุคนี้ฟุตบอลมาแรง ใครที่พอจะเล่นบอลเก่งๆ และมีทักษะในด้านฟุตบอลเนี่ย ก็ต้องช่วยกันส่งเสริมและสอนเด็กๆ น้องๆ หนูๆ ให้มีความชื่นชอบในเรื่องฟุตบอลกันเยอะๆ นะครับ สุดท้ายก่อนจะจากลากันไป ในบทความตอนนี้ ก็ต้องฝากเพื่อนๆ ที่ชื่นชอบและอยากจะติดตามการเกาะติดข่าวสารทางด้านแวดวงลูกหนังและแวดวงกีฬาอื่นๆ ก็ดีนั้น ก็สามารถเข้ามาที่ทางเข้า sbobet แห่งนี้ได้เป็นประจำๆ นะครับ มีให้อ่านกันทุกๆ วันเลย

จบสิ้น!”ป็อกบา”ตรวจร่างกายเตรียมเปิดตัวผี

             เหล่าแฟนบอล “ปีศาจแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด  เตรียมได้เฮสุดเสียง เมื่อมหากาพย์ที่ ทีมงานSBOBET ติดตามมาตลอดช่วงซัมเมอร์สนี้ สำหรับการย้ายตัวของ พอล ป็อกบา กองกลางของ “ม้าลาย” ยูเวนตุส กำลังจะเป็นจริงเมื่อ ดาวเตะทีมชาติฝรั่งเศส ผ่านการตรวจร่างกายที่ ลอส แองเจลีส และเตรียมจะเปิดตัวเป็นนักเตะใหม่อย่างเป็นทางการ ด้วยค่าตัว 100 ล้านปอนด์ (ราว4,500 ล้านบาท) ในวันนี้

             โดย SBOBET รายง่ายว่า ป็อกบา ที่มีข่าวในเรื่องการย้ายสโมสรตลอดช่วงซัมเมอร์สที่ผ่านมา จนกระทั่งล่าสุด  “ปีศาจแดง” ได้บรรลุข้อตกลงเรื่องค่าตัวกับนักเตะได้เรียบร้อยแล้ว ภายหลังจาก มิโน่ ไรโอล่าเอเยนต์ของ ป็อกบา นั้น เข้าเจรจากับเจ้าหน้าที่ของยูเวนตุสและทนายความที่ตูริน เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา ก่อนที่ ป็อกบา จะเข้าตรวจร่างกายในโรงพยาบาลที่ ลอสแองเจลิส ประเทศ สหรัฐอเมริกา ภายหลังจากเดินทางไปพักร้อนที่ ฟลอริด้า โดยเขาจะเซ็นสัญญายาว 5 ปี รับค่าเหนื่อย 290,000 ปอนด์ต่อสัปดาห์ พร้อมสวมเสื้อหมายเลข 6 ให้ทัพ “ปีศาจแดง” ในฤดูกาลนี้

Screen Shot 2559-07-31 at 7.51.31 AM

             สำหรับค่าตัวของ ดาวเตะผู้คว้าแชมป์ กัลโชเซเรียอาอิตาลี กับ “ม้าลาย” มาถึง 4 สมัย ที่ ทีมงานSBOBET สืบทราบมาจะอยู่ที่ 100 ล้านปอนด์  นอกจากนี้ “ปีศาจแดง” จะต้องเป็นฝ่ายจ่ายค่านายหน้าให้ มิโน ไรโอล่า ที่จำนวน  20 ล้านปอนด์ บวกกับโบนัสที่จะต้องจ่ายให้ ยูเวนตุส หาก ดาวเตะฝรั่งเศส คว้ารางวัล บัลลงดอร์ มาครอง ด้วย ซึ่งจะทำให้แซงหน้าเจ้าของสถิติโลกเดิมอย่าง แกเร็ธ เบล  ดาวเตะที่ย้ายไปร่วมทัพ เรอัล มาดริด ด้วยค่าตัว 86 ล้านปอนด์อย่างราบคาบ

             ทั้งนี้ ป็อกบา นับเป็นผู้เล่นรายที่ 4 ของทัพ “ปีศาจแดง” ในยุคของ โชเซ่ มูรินโญ่ ต่อจาก เอริค ไบญี่ ,เฮนริค มาร์ติตายาน และ ซลาตัน อิบราฮิโมวิช 

             พร้อมกันนี้เพื่อเป็นการตอกย้ำข่าวนี้ว่าชัวร์แน่นอน  ทีมงานSBOBET ได้เข้าไปเช็ก ทวิตเตอร์ส่วนตัวของ เคร็ก นอร์วู้ด ช่างภาพประจำสโมสร แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่เรียกได้ว่าคือแหล่งข่าวเรื่อง “ปีศาจแดง” ที่เชื่อใจได้มากที่สุดคนหนึ่งโดยเฉพาะข่าวซื้อนักเตะ ไม่ว่าจะเคลื่อนไหวส่งสัญญาณอะไรบนทวิตเตอร์ลงท้ายมักกลายเป็นจริงล่าสุดได้กดติดตามบัญชีทวิตเตอร์ของ  ป็อกบา เป็นที่เรียบร้อย  หลังก่อนหน้านี้ เพิ่งติดตามฟอวโลว์ บรรดาแข้งใหม่ซัมเมอร์นี้อย่าง เฮนริค มคิทาร์ยาน, ซลาตัน อิบราฮิโมวิช และ เอริค ไบญี่ ตามลำดับ 

             สำหรับผลงานข่าววงในก่อนหน้าของ นอร์วู้ด คือการแพร่ข่าว โจเซ่ มูรินโญ่ เจรจาเซ็นสัญญากับ ยูไนเต็ด

             ขณะเดียวกัน โชเซ่ มูรินโญ่ กุนซือชาวโปรตุกีสของ “ปีศาจแดง” ก็ตัดสินใจโละ 9 แข้งออกจากทีมชุดใหญ่  นำโดย บาสเตียน ชไวน์สไตเกอร์ กองกลางทีมชาติเยอรมนี

             โดย มูรินโญ่ นั้นต้องการให้มีนักเตะใช้งานแค่ 24 คนในทีมชุดใหญ่ของสโมสร ดังนั้นจึงต้องหาทางปล่อยนักเตะที่เป็นส่วนเกินและไม่อยู่ในแผนการทำทีมออกไป ไม่ว่าจะเป็นการขายหรือปล่อยยืมตัวก็ตาม ซึ่งกุนซือชาวโปรตุกีส นั้นได้ทำการแจ้งพร้อมบอกถึงอนาคตข้างหน้าให้กับ แข้ง ทั้ง 9 รายได้ทราบเพื่อเตรียมหาต้นสังกัดใหม่เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

             ซึ่ง SBOBET  ได้เผยว่าหนึ่งในจำนวนนั้นมีชื่อของ บาสเตียน ชไวน์สไตเกอร์ กองกลางทีมชาติเยอรมนี ซึ่งยังเหลือสัญญาอีก 2 ปี และรับค่าเหนื่อยสูงถึงสัปดาห์ละ 160,000 ปอนด์ (ราว 8 ล้านบาท) รวมอยู่ด้วย เพื่อทำการเปิดทางให้กับ พอล ป็อกบา ที่กำลังจะเข้ามาร่วมทีมในถิ่น โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ในอีกไม่กี่อึดใจข้างหน้านี้  ส่วน อีก 8 คนที่เหลือประกอบด้วย อัดนาน ยานาไซ, อันเดรียส เปเรรา, เจมส์ วิลสัน, คาเมรอน บอธวิค-แจ๊คสัน, ทิโมธี โฟซู-เมนซาห์, วิล คีน, แพดดี แม็คแนร์ และ ไทเลอร์ แบล็คเก็ตต์ 

Bastian Schweinsteiger

             ขณะเดียวกัน บาสเตียน ชไวน์สไตเกอร์ ที่กำลังจะกลายเป็นส่วนเกินของทัพ “ปีศาจแดง” ก็ได้ตัดสินใจ รีไทร์การเล่นให้กับ ทีมชาติ เยอรมนี เป็นที่เรียบร้อยแล้ว  โดยเจ้าตัวนั้นเป็นแข้งที่ลงสนามให้กับทัพ “อินทรีเหล็ก” มากที่สุดเป็นอันดับ 4 ด้วยจำนวนถึง 120 นัด ตามหลังโลธาร์ มัตเตอุส (150), มิโรสลาฟ โคลเซ่ (137) และ ลูคัส โพโดลสกี้ (129)

             ซึ่ง ชไวนี่ ก็ได้กล่าวถึงการอำลาทีมชาติครั้งนี้ว่า “ถึงแฟนบอลทีมชาติเยอรมนีที่รัก ผมเพิ่งแจ้งกับโค้ช ไปว่าไม่ให้เรียกตัวผมติดทีมชาติต่อไปอีกในอนาคต เพราะผมต้องการรีไทร์ ในการแข่งขันทั้งหมด 120 นัดที่ผมได้ลงเล่นให้ประเทศ และประสบการณ์กับช่วงเวลาต่าง ๆ ที่สวยงามและประสบความสำเร็จอย่างไม่สามารถอธิบายได้ เราได้สร้างความสำเร็จ ทั้งในแง่มุมประวัติศาสตร์และอารมณ์ความรู้สึก สำหรับการทำบางอย่างที่ไม่สามารถทำซ้ำได้ในอาชีพการค้าแข้งของผม ถือเป็นเวลาอันเหมาะสมสำหรับการเลิกเล่นตั้งแต่ตอนนี้ ผมขออวยพรให้ทีมโชคดีกับรอบคัดเลือก และการแข่งขันฟุตบอลโลก 2018”

             ทั้งนี้  ชไวน์สไตเกอร์ ลงประเดิมสนามนัดแรกให้กับเยอรมนี เมื่อปี 2004 และทำสถิติลงเล่นในรายการแข่งขันชิงแชมป์แห่งชาติยุโรปมากที่สุดในประวัติศาสตร์ของประเทศ (15 นัด)