เยอรมันจากสูงสุดสู่ต่ำสุด

“มันไม่เพียงแค่เรื่องเปลี่ยนโอกาสเป็นประตูเท่านั้น ภาพรวมจริงเราเล่นโอเคเลยกระทั่งมาเสียประตู แถมจากนั้นก็ยังยิงนกตกปลา พอโดนคู่แข่งพังตาข่าย แถมเล่นแบบคนขาดความมั่นใจผลเลยออกมาเช่นนั้น ถามว่าทำไมเราเจาะไม่เข้า? เป็นเรื่องยากจะหาคำตอบ มีโอกาสเหน่งๆหลายครั้งในเกม ทั้งนี้หากผลจบ 0-1 ยังพอรับได้ แต่มาเละเทะเอา 10 นาทีสุดท้ายแบบนั้นมันไม่ดีเลย”

โยอัคคิม เลิฟ บุนเดสเทรนเนอร์ทีมชาติเยอรมัน ติงลูกทีมหลังออกไปพ่าย ฮอลแลนด์ 0-3 ในรายกร ยูฟ่า เนชั่นส์ ลีก วานนี้ว่าเล่นแบบขาดความมั่นใจแถมแนวรุกฝืดเป็นสากกะเบือ

โดยเกมที่อัมสเตอร์ดัม อารีน่า วานนี้ ‘อินทรีเหล็ก’ ได้ลุ้นสกอร์ถึง 21 ครั้งแต่ทำหมูหกพลาดหมดทั้งจาก ลีรอย ซาเน่ หรือ โธมัส มุลเลอร์ และเป็นอีกครั้งที่ เยอรมัน พ่ายแพ้ด้วยรูปเกมอีหรอบเดิมๆ แม้สถิติในสนามทุกอย่างจะเหนือกว่าก็ใช่ว่าจะเป็นผู้ชนะเสมอไป ส่วนหนึ่งต้องชมผู้เล่นฮอลแลนด์ที่เล่นเกมรับได้เป็นอย่างดี รวมถึงผู้เล่นแนวรุกที่ใช้โอกาสในเกมรุกๆไม่เปลืองจนเกินไป ทัพอัศวินสีส้มเริ่มเข้าสู่ทิศทางที่ดีขึ้นแต่ในทางกลับกันทัพอิทรีเหล็กเหมือจะเดินถอยหลังลงไปเรื่อยๆ   

ทีมงานSBOBET บอกเลยว่านับตั้งแต่ฟุตบอลโลกหนล่าสุด ฟอร์มของทัพอินทรีเหล็ก ก็ดูจะดิ่งเหวลงมาอย่างต่อเนื่อง นี่เป็นการพ่ายแพ้เป็นครั้งที่ 5 ในรอบปฏิทินปี 2018 นัดเมื่อคืนที่ผ่านมาเป็นอีกนัดที่ เยอรมัน ยังพบปัญหาเดิมๆ พวกเขามีโอกาสยิงถึง 21 ครั้ง แต่ยิงตรงกรอบแค่ 4 ครั้ง บ่งบอกถึงประสิทธิภาพเกมรุกที่ยังไม่พัฒนาเช่นเคย

           แม้พวกเขาจะลองมาเลือกใช้ มาร์ค อุธ กองหน้าจากฮอฟเฟ่นไฮม์ลงสนามแต่ก็ยังไม่ได้ผลเท่าที่ควร ขณะที่แนวรุกตัวเดิมๆอย่าง โธมันส มุลเลอร์และ ตีโม่ แวร์เนอร์  ต่างฟอร์มตกอย่างหนัก และไม่ใช่แค่เกมรุกที่ย่ำแย่ แต่เกมรับยังเป็นปัญหาใหญ่อีกเช่นกัน โดยเฉพาะในรายของ เยโรม บัวเต็ง ที่ดูเหมือนฟอร์มช่วงหลังไม่ดีขึ้นเท่าไหร่ ลูกที่สามเขาเสียท่าให้กับ ไวจ์นาดุม แบบหมดรูป อาจจะต้องถึงเวลาหรือยังที่ เลิฟ จะต้องหาแนวรับตัวใหม่มาแทนที่

ต้องบอกว่าช่วงหลังมานี้ ฮอลแลนด์ แทบจะสะกดคำว่า “ชนะ” ไม่เป็นเมื่อพบกับ เยอรมัน โดย 5 ครั้งหลังสุดพวกเขาเอาชนะทัพอินทรีเหล็กไม่ได้เลยและแพ้ไปถึง 2 เกม แต่ทว่าผลการแข่งขันเมื่อคืนที่ผ่านมานั้นทำให้ ทัพอัศวินสีส้ม ซิวชัยเหนือ เยอรมัน ครั้งแรกในรอบ 16 ปีเลยทีเดียว ซึ่งครั้งล่าสุดที่เก็บชัยได้ต้องย้อนกลับไปในปี 2002 ที่พวกเขาไปปราบอินทรีเหล็กได้ถึงถิ่น 3-1  

ทีมงานSBOBET คิดว่าเวลานี้ เมมฟิส เดปาย ยังทำผลงานได้คงเส้นคงวาทั้งในสโมสรและทีมชาติ เมื่อคืนที่ผ่านมาเขามีส่วนร่วมกับทั้งสามประตูที่ ฮอลแลนด์ ยิงได้ โดยลูกแรกเขาเป็นคนเปิดเตะมุมได้อย่างแม่นยำก่อนจะนำมาซึ่งประตูเปิดหัว ส่วนประตูที่สองก็เป็นคนส่งบอลไปซุกก้นตาข่ายเอง และลูกสุดท้ายเขาเป็นคนแอสซิสต์ให้ จอร์จินโญ่ ไวจ์นัลดุม เข้าไปทำประตู คงไม่ผิดหรอกถ้าจะบอกว่าเขาถือเป็นความหวังในเกมรุกของอัศวินสีส้มในยุตนี้เลยก็ว่าได้

หลังจากสองเกมผ่านไปในยูฟ่า เนชั่นส์ลีก สถานการณ์ของ เยอรมัน ในกลุ่ม 1 ลีกเอ อาจจะไม่สู้ดีนัก พวกเขายังมีแค่แต้มเดียวจากการเสมอกับ ฝรั่งเศส ในนัดแรก ส่วนเมื่อคืนที่ผ่านมาก็พ่ายหมดรูปให้กับฮอลแลนด์ ทำให้ตอนนี้พวกเขายังยิงประตูไม่ได้เลยสักลูกแถมเสียไปถึง 3 ประตูแล้ว ยังเหลืออีกสองนัดให้แก้ตัวกับ การไปไปเยือนแชมป์ฟุตบอลโลกอย่างฝรั่งเศส และปิดท้ายด้วยเปิดบ้านรับการมาเยือนของ ฮอลแลนด์แต่ถ้าฟอร์มยังไม่กระเตื้องแบบนี้มีแววว่าจะตกชั้นลงเป็นลีกบีในยูฟ่า เนชั่นส์ลีกครั้งหน้า  

แม้เกมนี้จะเป็นเกมที่น่าผิดหวังของทัพอินทรีเหล็ก แต่ก็มีเรื่องให้น่ายินดีอยู่บ้างเมื่อโยอาคิม เลิฟ กุนซือวัย 58 ปี สร้างสถิติใหม่ด้วยการเป็นนายใหญ่อินทรีเหล็กที่คุมทีมลงสนามมากที่สุดในประวัติศาสตร์ นัดเมื่อคืนที่ผ่านมาถือเป็นการทำหน้าที่ของ เลิฟเป็นนัดที่ 168 ซึ่งสามารถแซงหน้า เซ็ปป์ แฮร์เบอร์เกอร์ ที่ถือครองสถิติไว้ที่ 167 เกม ยังไงซะหลังจากนี้ เลิฟ และพรรคพวกจำเป็นที่จะต้องคืนฟอร์มเก่งให้ได้โดยเร็วที่สุด ก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินแก้  หรือว่ามันถึงเวลาแล้วจริงๆที่ต้องมีการเปลี่ยนแปลงในทัพ อินทรีเหล็ก อีกครั้ง

บางที เลิฟ อาจจะถึงจุดต่ำสุดในการคุมทีมแล้วก็ได้

 

 

“เลิฟ”ยันคุมเยอรมนีป้องกันแชมป์โลกที่รัสเซีย

“เลิฟ”ยันคุมเยอรมนีป้องกันแชมป์โลกที่รัสเซีย

                  โยอาคิม เลิฟ กุนซือทัพ “อินทรีเหล็ก” ทีมชาติ เยอรมนี นั้นตัดสินใจจะคุมทีมต่อไปจนครบสัญญาที่ทำไว้กับทาง สมาคมฟุตบอลเยอรมนี หรือ เดเอฟเบ เพื่อเตรียมป้องกันแชมป์ฟุตบอลโลก ในปี 2018 ที่ประเทศ รัสเซีย 

                  โดย เลิฟ กุนซือวัย 56 ปี ที่สร้างชื่อกระฉ่อนยูโร 2016 ครั้งที่ผ่านมา หลังทำการควักล้วงเป้าตัวเองแล้วเอามาดม ก่อนที่ทัพ อินทรีเหล็ก จะไปไม่ถึงฝัน ตกรอบรองชนะเลิศด้วยการพ่าย “ตราไก่” ฝรั่งเศส เจ้าภาพไป 0-2  ซึ่งภายหลังเกมเจ้าตัวเคยกล่าวถึงอนาคตในการคุมทีมของตัวเองว่า หลังจบทัวร์นาเมนต์จะเข้าไปคุยกับ เดเอฟเบ ว่าจะให้ทำทีมต่อไปหรือไม่

                  ก่อนที่ล่าสุด สมาคมฟุตบอลเยอรมนี จะได้ประกาศเมื่อวันอังคารที่ผ่านมาว่า เลิฟ นั้นยืนยันแล้วว่าจะอยู่จนหมดสัญญาในปี 2018 และตอนนี้เขาจะโฟกัสอยู่กับการพาแชมป์โลกไปเล่นเวิลด์คัพ ที่ประเทศรัสเซีย เพียงอย่างเดียวเท่านั้น

                  “หลังจบฟุตบอลโลก ถือว่าเป็นช่วงเวลาที่ดีที่จะหยุดทำหน้าที่ในการคุมทีม เราทุกคนต่างผิดหวังหลังจากตกรอบตัดเชือกในยูโร และการใช้เวลาหลายสัปดาห์ทั้งในการเตรียมตัวและลงแข่งถือเป็นสิ่งที่เหนื่อยเอามากๆ แต่สำหรับผมมันชัดเจน ถึงแม้ว่าทัวร์นาเม้นต์นี้มันน่าผิดหวังแต่ทีมของเราไม่ได้โชว์ฟอร์มน่าผิดหวังแม้แต่น้อย เรามีทีมที่หนุ่มที่ดีที่สุดในทัวร์นาเม้นต์และผมก็เห็นศักยภาพของหลายๆคนด้วย”

                  “ผมมั่นใจว่าทีมชุดนี้จะทำให้เรามีความสุข และผมก็มีความสุขสุดๆที่ทำงานกับนักเตะเหล่านี้และพัฒนาพวกเขาเพื่อให้พร้อมสำหรับฟุตบอลโลกปี 2018” กุนซือจอมล้วงกล่าว

                  ขณะเดียวกัน ไรน์ฮาร์ด กรินเดิ้ล ประธานเดเอฟเบก็รู้สึกดีใจเช่นกันที่เลิฟตัดสินใจอยู่ต่อ

                  เขากล่าวว่า “เราได้มีการให้เวลาเขา 3-4 วันไปคิดทบทวนและวิเคราะห์ถึงสิ่งที่เกิดขึ้นอย่างเงียบๆ หลังจากจบทัวร์นาเม้นต์อันหนักหน่วง”

                  “ผมยังยืนยันคำเดิมที่ผมพูดไว้ทั้งก่อนและระหว่างทัวร์นาเม้นต์ว่า โยกี้ เลิฟ คือโค้ชที่ดีที่สุดสำหรับทีมชุดนี้ เขาได้รับความศัรทธาจากเราอย่างไม่มีเงื่อนไข และเราก็มั่นใจว่าเขาจะสามารถทำให้ทีมเล่นฟุตบอลที่ประสบความสำเร็จได้ต่อไปในอนาคตที่มีเขาดำรงตำแหน่งอยู่”

Joachim Löw

                  ทั้งนี้ ทีมงาน SBOBET นั้นทราบว่าในการแข่งขัน ยูโร 2016 ที่ผ่านมา โยอาคิม เลิฟ นั้นได้แสดงความเห็นระบุว่าสาเหตุที่ทำให้ “อินทรีเหล็ก” ต้องบอกลาศึก ยูโร 2016 เพียงรอบรองชนะเลิศ เป็นเพราะสหพันธ์ฟุตบอลยุโรป (ยูฟา) เพิ่มจำนวนทีมที่เข้าแข่งขันมากไปจาก 16 เป็น 24 ทีมนั่นเอง      

                  ศึกชิงแชมป์ยุโรปปีนี้ ยูฟา มีการเพิ่มจำนวนทีมในรอบสุดท้ายเข้ามาเป็น 24 ทีม และนั่นก็ทำให้ เลิฟ นายใหญ่ “อินทรีเหล็ก” มองว่า เป็นสาเหตุสำคัญให้ทีมของเขาไม่อาจรักษาคุณภาพการเล่นได้ต่อเนื่องดังเช่นหลายปีก่อน จนต้องกระเด็นตกรอบในทีม

                  “ผมคิดว่า 24 ทีมมันมากเกินไป เดี๋ยวอีกหน่อย เวิลด์ คัพ ก็คงเพิ่มเป็น 40 ทีม หรือมากกว่านั้น มากกว่านั้นเข้าไปอีก และนั่นจะส่งผลกระทบแน่ ๆ ในระยะยาว บางครั้งคุณเองก็ต้องรู้สึกได้ว่านี่ไม่ใช่สิ่งที่ดีต่อฟุตบอล มันจะทำให้คุณภาพลดลงด้วย” เลิฟ กล่าว

                  สำหรับเส้นทางการคุมทีมของ เลิฟ กับทัพ “อินทรีเหล็ก” ทีมงาน SBOBET จะเล่าให้ฟังว่า เขานั้นเริ่มจากการเป็นผู้ช่วยของ เจอร์เก้น คลินส์มันน์ ผู้จัดการทีม ในการคุมทีมลุย ศึกฟุตบอลโลก 2006 ซึ่งพวกเขาก็สามารถกอบกู้ เยอรมนีให้กลับมาเชิดหน้าชูตาอีกครั้ง โดยคว้าอันดับที่ 3 มาครองได้ ด้วยสไตล์การเล่นที่ดูดีมีอนาคต เล่นบอลสนุกสนาน เล่นเกมบุกเป็นหลัก

                  ก่อนที่ในศึก ยูโร 2008 เลิฟ จะรับตำแหน่งเป็นผู้จัดการทีมเยอรมนีต่อจาก คลินส์มันน์ ซึ่งปรากฏว่าทีมของเขาจะผ่านเข้าถึงรอบชิงชนะเลิศได้สำเร็จ ก่อนจะไปพ่าย “กระทิงดุ” สเปน 0-1 ซึ่งในเกมนั้นเอง เลิฟ ก็ถูกวิจารณ์เรื่องการแก้เกมกับการวางแผนที่ผิดพลาด  จากนั้นในอีก 2 ปีต่อมา ในศึกฟุตบอลโลก 2010 เลิฟ นำขุนพลอินทรีเหล็ก ก็ต้องมาเจอกับสเปน คู่ปรับเก่าในยูโร 2008 อีกครั้งในรอบ 8 ทีม ซึ่งฟอร์มการเล่นก่อนหน้านี้ เยอรมนีถือว่าทำได้ดีกว่ามาก แต่สุดท้าย สเปนก็ทำให้ เลิฟ ต้องอกหักอีกครั้ง ด้วยการเอาชนะไปได้ 1-0 จากลูกโหม่งของ การ์เลส ปูโยล และหลังจากนั้น สเปนก็สามารถคว้าแชมป์ฟุตบอลโลกมาครองได้ ส่วนเยอรมนีก็คว้าอันดับ 3 สองสมัยติดต่อกันเป็นรางวัลปลอบใจ

                  ผ่านมาถึงศึกยูโร 2012 เป็นการคุมทีมลุยศึกยูโรครั้งที่ 2 ของเลิฟ เยอรมนี ทะลุเข้ามาถึงรอบรองชนะเลิศ ทัพ “อินทรีเหล็ก” ต้องพบกับ ทีมชาติ อิตาลี ผู้ที่เขี่ยเยอรมนีตกรอบรองชนะเลิศฟุตบอลโลก 2006 และเลิฟก็ถูกอิตาลีย้ำแค้น พ่ายไป 1-2  ตกรอบไปอย่างน่าเสียดาย

                  จนกระทั่งในปี 2014 ในศึกฟุตบอลโลกที่บราซิล เลิฟ ประกาศชัดเจนว่า การลุยฟุตบอลโลกครั้งที่ 2 ของเขา หากไม่สามารถพาเยอรมนีคว้าแชมป์รายการนี้ได้ จะลาออกจากตำแหน่งทันที สุดท้ายทัพ อินทรีเหล็ก ก็สามารถคว้าแชมป์ฟุตบอลโลกได้สำเร็จเป็นสมัยที่ 4 ด้วยการชนะอาร์เจนตินา 1-0 คว้าแชมป์โลกเป็นครั้งแรกในรอบ 24 ปี ก่อนที่ เลิฟ จะทำหน้าที่กุนซือ อินทรีเหล็ก จนถึงปัจจุบันนี้