เรนเจอร์ยุค“เจอราร์ด”

 

“สตีวีจี” สตีเว่น เจอราร์ด ตำนานของ ลิเวอร์พูล ได้เริ่มงานกับสโมสรแรกอย่างเป็นทางการของเขาที่ กลาสโกว เรนเจอร์ส เป็นที่เรียบร้อยแล้วนะครับ ซึ่งผลงานที่ผ่านมา 4 นัด นั้นก็ถือว่ายอดเยี่ยมไม่น้อย เมื่อเอาชนะไปได้ 2 เกม และเสมออีก 2 เกม

ทีมงานSBOBET เชื่อว่าเวลานี้ เจอร์ราร์ด นั้น เป็นที่ชื่นชอบของเหล่าแฟนๆในถิ่นไอบร็อกซ์ สเตเดี้ยมอยู่ไม่น้อย แม้ว่าที่ผ่านมาจะมีผู้จัดการทีมหลายคนที่ล้มเหลวเมื่อเข้ามาคุมทีมเรนเจอร์ และด้วยชื่อเสียงของ เจอราร์ด ที่จะช่วยดึงดูดเหล่าผู้เล่นชั้นดีให้อยากเข้ามาร่วมงานกับเขาที่เรนเจอร์ได้เป็นอย่างดี รวมถึงนักเตะเหล่านั้น ก็จะให้ความเชื่อใจและนับถือเขา ซึ่งจะช่วยให้งานที่เรนเจอร์ของเจอร์ราร์ดมีโอกาศประสบความสำเร็จสูง หลังจากประสบความสำเร็จมาแล้วสมัยเป็นนักเตะของลิเวอร์พูล

ขณะที่ คู่แข่งตลาดกาลอย่าง กลาสโกว์ เซลติก ยักษ์ใหญ่แห่งศึกสก็อตติช พรีเมียร์ลีก เพิ่งกระเด็นตกรอบถ้วย ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก อย่างรวดเร็วเพียงรอบคัดเลือก รอบที่ 3 เมื่อบุกพ่ายต่อ เออีเค เอเธนส์ ไป 2-1 (ประตูรวม 3-2) โดย เซลติก หล่นไปเล่นรอบคัดเลือก ยูโรป้าลีกแทน ซึ่งหากเซลติกยังคงไม่มีนักเตะใหม่ๆเกรดเอเข้ามาเสริมทัพ พวกเขาก็คงยากที่จะประสบความสำเร็จ แม้กระทั่งกับถ้วยเล็กแห่งยุโรพ อย่างยูโรป้าลีกก็ตามที

อย่างไรก็ตามด้วยนักเตะหลักของเซลติกส่วนใหญ่อายุยังน้อย และนักเตะหนุ่มเหล่านี้ก็ยังคงกระหายในความสำเร็จ บวกกับการคุมทีมมาอย่างต่อเนื่องของร๊อดเจอร์ การป้องกันแชมป์ในประเทศคงไม่ใช่เรื่องยากเย็นมากมายอะไร ยิ่งเมื่อเทียบกับที่เจอรราร์ดเพิ่งเข้ามาคุมเรนเจอร์เป็นซีซั่นแรก ความคาดหวังถึงการโค่นบัลลังค์เซลติกนั้นคงเป็นเรื่องที่ลำบากพอตัวเลยทีเดียว

ผู้เล่นขวัญใจแฟนๆเซลติกอย่าง สก็อตต์ บราวน์ นั้น มีการพัฒนาขึ้นเป็นอย่างมากภายใต้การคุมทีมของร็อดเจอร์ ซึ่งพยายามจะปั้นเขาให้มีบทบาทกับทีมเหมือนสมัยปั้นเจอร์รารด์ตอนอยุ่ที่แอนฟิลด์ นอกจากนี้ประสบการ์ณของผู้รักษาประตูมือหนึ่งอย่าง เคร็ก กอร์ดอน และกองหลังอย่าง มิคาเอล ลัสติก จะเป็นเป็นประโยชน์อย่างมากต่อการตามล่าความสำเร็จของทีม รวมถึงแบ็คซ้ายดาวรุ่งอย่าง เคียแรน เทียร์นีย์ ที่แม้ว่าจะอายุเพียง 21 ปี แต่เขาเคยสวมปอกแขนกัปตันทีมมาแล้ว ทั้งในนามสโมสร และทีมชาติสก็อตแลนด์ บ่งบอกถึงหัวจิตหัวใจที่แข็งแกร่งเกินอายุของนักเตะสก็อตรายนี้ได้เป็นอย่างดี

ในแผงมิดฟิลด์นั้นทั้ง โอลิเวียร์ เอ็นท์แชม,เจมส์ ฟอร์เรสท์  คัลลั่ม แมคเกรเกอร์ ก็เล่นดีขึ้นมากเมื่ออยู่ภายใต้การทำทีมของร็อดเจอร์ สำหรับศูนย์หน้า เซลติกก็มีศูนย์หน้าที่ดีที่สุดในลีกตอนนี้ อย่าง มูสซ่า เดมเบลเล่ คอยผลิตสกอร์ให้กับทีม

ที่น่าเป็นห่วง ทีมงานSBOBET  มองว่ากลับเป็นฝั่งของเรนเจอร์มากกว่า เพราะแม้ว่าพวกเขาจะมีการเสริมทีมอย่างมากมาย และมีการเปลี่ยนแปลงหลายตำแหน่งจากซีซั่นที่ผ่านมา ทำให้เป็นการยากที่จะคาดเดาถึงผู้เล่นหลักของพวกเขา  แบ็กขวากัปตันทีมอย่าง เจมส์ ทาเวอร์เนียร์ น่าจะได้รับความไว้วางใจจากเจอร์ราร์ดต่อไป ส่วนผู้รักษาประตูประสพการ์ณสูงอย่าง อลัน แม็คเกรเกอร์ และมิดฟิลด์ อย่าง ไรอัน แจ็ค ก็พร้อมเป็นตัวหลักของทีม ในขณะที่ศูนย์หน้าอย่าง อัลเฟรโด้ โมเรลอส แม้ว่าเขาจะโชว์ฟอร์มได้ไม่ดีนักในเกมส์ที่พบกับเซลติก แต่ฟอร์มช่วงพรีซีซั่นก็ดูดีขึ้นมาก และดูว่าเขาน่าจะพร้อมแล้วสำหรับซีซั่นใหม่นี้

เซลติกมีความพร้อมกว่าเรนเจอร์ในซีซั่นนี้อยู่พอสมควร พวกเขาคว้าแชมป์ติดต่อกันมาถึง 7 ฤดูกาลเข้าไปแล้ว ยิ่งในยุคของ เบรนเเดน ร็อดเจอร์ส พวกเขายิ่งแข็งแกร่งขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งเป้าหมายจริงๆของพวกเขาในฤดูกาลนี้ น่าจะเป็นการทำผลงานให้ดีขึ้นในฟุตบอลยุโรปมากกว่า โดยหากพวกเขาสามารถดึงผู้เล่นชั้นดีมาเสริมทัพเพื่อเป้าหมายที่ดีขึ้นในเกมส์ยุโรพได้สำเร็จ คู่แข่งในลีก สก็อตติช พรีเมียร์ ชิพปี้นี้ คงต้องพบความลำบากเป็นอย่างมากหากคิดจะแย่งแชมป์ไปจากพวกเขา

ในขณะที่ เรนเจอร์ส อาจดูมีความหวังมากขึ้นจากการมาของเจอร์ราร์ด แต่พวกเขาก็ต้องยอมรับความจริงที่ว่าหากอยากจะเทียบชั้นกับเซลติก พวกเขาต้องก้าวข้ามทีมอย่างอเบอร์ดีนให้ได้เสียก่อน และนั้นน่าจะเป็นผลงานที่ดีที่สุดแล้ว สำหรับฤดูกาลแรกของเจอร์ราร์ดกับเรนเจอร์ส เพราะหากมองไปที่การเสริมทีม ทุกวันนี้ทีมอย่างเซลติกเองพุ่งเป้าไปที่นักเตะดาวรุ่งของฝรั่งเศษ อย่าง อ็อดซอนเน่ เอดูอาร์ด ในขณะที่เรนเจอร์กลับมีเป้าหมายหลักเป็นแค่นักเตะอายุ 30 ปีชาวไอร์แลนด์เหนืออย่าง ไคล์ ลาฟเฟอร์ตี้ เพื่อมาช่วยงาน อัลเฟรโด้ โมเรลอส ในการทำประตูของพวกเขาเท่านั้น

นี่แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนสำหรับความห่างชั้นของเซลติกและเรนเจอร์สในปัจจุบัน ซึ่งความหวังจะกลับมาโค่นบัลลังค์เซลติกของเรนเจอร์สคงเป็นเรื่องที่ไม่น่าจะเกิดขึ้นในเร็วๆนี้ หากแต่ต้องใช้เวลาในการปรับจูนกันแยอะพอสมควร และหากพวกเขามีความอดทนและให้เวลาในการทำงานกับเจอร์ราร์ด มากพอ โอกาศที่ยักษ์หลับแห่งสก็อตติช พรีเมียร์ลีก  จะกลับมายิ่งใหญ่อีกครั้ง ก็ใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้